อบต. กับการจัดการปัญหาสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายบทที่ 11การจัดก dịch - อบต. กับการจัดการปัญหาสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายบทที่ 11การจัดก Việt làm thế nào để nói

อบต. กับการจัดการปัญหาสาธารณสุข และ

อบต. กับการจัดการปัญหาสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย

บทที่ 11
การจัดการ เรื่อง การคุ้มครอง และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

จากบทต้นๆ ที่ได้กล่าวถึงบทบาทของราชการส่วนท้องถิ่น และ อบต. ในด้านต่างๆ ที่จะจัดการการสาธารณสุข และสิ่งแวดล่อมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชน ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากมลพิษสิ่งแวดล้อม ทั้งที่เกิดจากการประกอบกิจการ หรือการกระทำใดๆ ของบุคคลใดๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครอง และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของชุมชนนั่นเอง

แต่โดยที่พระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ได้กำหนดให้ อบต. มีหน้าที่ที่ต้องทำอีกประการหนึ่ง ก็คือ "คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม" แต่เมื่อตรวจสอบบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ที่ให้อำนาจในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นโดยตรง ยังไม่มีชัดเจน ที่เห็นว่าจะเกี่ยวข้องมากที่สุด ก็คือ พระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 แต่ก็มิได้ให้อำนาจโดยตรง เป็นเพียงแต่ต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด หรือตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ซึ่งจะขอกล่าวในรายละเอียดต่อไป

พระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

โดยที่พระราชบัญญัติฯ นี้ ได้ให้ความหมาย "สิ่งแวดล้อม" หมายความว่า สิ่งต่างๆ ที่มีลักษณะทางกายภาพ ที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์ได้ทำขึ้น และให้ความหมายของคำว่า "คุณภาพสิ่งแวดล้อม" คือ ดุลยภาพของธรรมชาติ อันได้แก่ สัตว์ พืช และทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ และสิ่งที่มนุษย์ได้ทำขึ้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีพ ของประชาชน และความสมบูรณ์สืบไปของมนุษยชาติ

ดังนั้น พระราชบัญญัตินี้ จึงเป็นกฎหมายที่ครอบคลุมถึงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของสังคม และชุมชนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแหล่งต้นน้ำธรรมชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตที่อาจมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ด้วย ซึ่งมีวิธีการจัดการและควบคุมดังนี้

1. การกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม

กฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั่วไป ในเรื่องต่อไปนี้ได้

น้ำในแม่น้ำลำคลอง หนอง บึง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำสาธารณะอื่นๆ
น้ำทะเลชายฝั่ง รวมทั้งบริเวณปากแม่น้ำ
น้ำบาดาล
อากาศในบรรยากาศทั่วไป
ระดับเสียง และความสั่นสะเทือนโดยทั่วไป และเรื่องอื่นๆ (มาตรา 32)
ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่ราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง อบต. อาจนำมาเป็นตัวชี้วัดในการดูแล คุ้มครองสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไป ของท้องถิ่นของตนได้ ปัจจุบันได้มีประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2537) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำ ชายทะเลชายฝั่ง และประกาศคณะกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2537) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินแล้ว

2. การกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม

ในกรณีที่ปรากฎว่า พื้นที่ใดเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร หรือมีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติที่แตกต่างไป จากพื้นที่อื่นโดยทั่วไป หรือมีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ ที่อาจถูกทำลาย หรืออาจได้รับผลกระทบกระเทือน จากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ได้โดยง่าย หรือเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ หรือศิลปกรรมอันควรแก่การอนุรักษ์ และเขตนั้น ยังมิได้ถูกประกาศกำหนดให้เป็นอบตอนุรักษ์ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม มีอำนาจออกกฎกระทรวง กำหนดให้พื้นที่นั้น เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้ (มาตรา 43) (ดูแผนภูมิที่ 17)

แผนภูมิที่ 17 แสดงความสัมพันธ์ของ อบต. กับการจัดการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

แสดงความสัมพันธ์ของ อบต. กับการจัดการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

เมื่อรัฐมนตรีกำหนดให้พื้นที่ใด เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีฯ สามารถ (ก) กำหนดการใช้ที่ดิน (ข) ห้ามการกระทำการใดๆ ที่อาจเป็นอันตราย หรือก่อให้เกิดผลกระทบ (ค) กำหนดให้ประเภท และขนาดโครงการ หรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ที่จะดำเนินการในพื้นที่นั้น ต้องเสนอรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนได้ (จะกล่าวในรายละเอียดในข้อ 4) (ง) กำหนดวิธีการจัดการโดยเฉพาะ สำหรับพื้นที่นั้น (มาตรา 44) ซึ่งในส่วนนี้เอง ที่รัฐมนตรีฯ อาจกำหนดให้ส่วนวราชการใดๆ หรือราชการส่วนท้องถิ่น มีบทบาทหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เพื่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมนั้น อบต. จึงอาจเกี่ยวข้องในส่วนนี้ได้

3. การวางแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม

กฎหมายนี้ กำหนดให้รัฐมนตรีฯ โดยความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สามารถจัดทำแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลให้ส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อาจขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนรองรับแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมนั้นได้ (มาตรา 35) ซึ่งอาจรวมถึงราชการส่วนท้องถิ่นด้วย
เมื่อมีแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมแล้ว กฎหมายกำหนดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดในท้องที่ที่เป็น เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือเขตควบคุมมลพิษ มีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระดับจังหวัด (มาตรา 37)
โดยเฉพาะพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ เจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมทั้งประธานกรรมการบริหาร อบต. มีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อลด หรือขจัดมลพิษ โดยดำเนินการดังนี้

ทำการสำรวจ และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด มลพิษที่มีอยู่ในพื้นที่
จัดทำบัญชีแสดงจำนวน ประเภท และขนาดของแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำรวจ
ศึกษาวิเคราะห์ และประเมินมลพิษ และขอบเขตความรุนแรงของปัญหา และกำหนดมาตรการที่เหมาะสม และจำเป็น สำหรับลด และขจัดมลพิษนั้น
ในการจัดทำแผนนี้ กฎหมายให้เจ้าพนักงานคว
0/5000
Từ: -
Sang: -
Kết quả (Việt) 1: [Sao chép]
Sao chép!
Quản lý các vấn đề y tế công cộng địa phương và môi trường theo pháp luật.Bài số 11Quản lý và bảo vệ tài nguyên thiên nhiên và môi trường điều trị. Từ đầu bài viết đề cập đến vai trò của chính quyền địa phương và các khía cạnh địa phương quản lý sức khỏe cộng đồng và môi trường, thu hút cộng đồng địa phương để bảo vệ sức khỏe công cộng, mà do ô nhiễm môi trường, cả hai đều do doanh nghiệp hoặc bất kỳ hành động nào của bất kỳ bên nào, mà là một phần của điều trị và bảo vệ tài nguyên thiên nhiên và môi trường của cộng đồng, những người nổi tiếng.แต่โดยที่พระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ได้กำหนดให้ อบต. มีหน้าที่ที่ต้องทำอีกประการหนึ่ง ก็คือ "คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม" แต่เมื่อตรวจสอบบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ที่ให้อำนาจในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นโดยตรง ยังไม่มีชัดเจน ที่เห็นว่าจะเกี่ยวข้องมากที่สุด ก็คือ พระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 แต่ก็มิได้ให้อำนาจโดยตรง เป็นเพียงแต่ต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด หรือตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ซึ่งจะขอกล่าวในรายละเอียดต่อไปพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535โดยที่พระราชบัญญัติฯ นี้ ได้ให้ความหมาย "สิ่งแวดล้อม" หมายความว่า สิ่งต่างๆ ที่มีลักษณะทางกายภาพ ที่อยู่รอบตัวมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์ได้ทำขึ้น และให้ความหมายของคำว่า "คุณภาพสิ่งแวดล้อม" คือ ดุลยภาพของธรรมชาติ อันได้แก่ สัตว์ พืช และทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ และสิ่งที่มนุษย์ได้ทำขึ้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีพ ของประชาชน และความสมบูรณ์สืบไปของมนุษยชาติVì vậy, các Vì vậy, hành động này là luật bao gồm các tài nguyên thiên nhiên và môi trường xã hội và cộng đồng nói chung, cũng như các bản chất thượng nguồn. Công viên quốc gia hoặc một khu bảo tồn động vật hoang dã hoặc đó có thể có một tác động trên hệ thống sinh thái với. Nơi có một cách để quản lý và kiểm soát như sau:1. môi trường chất lượng tiêu chuẩnPháp luật đòi hỏi môi trường quốc gia hội đồng quản trị có thẩm quyền và được công bố trong công báo chính phủ. Tiêu chuẩn chất lượng môi trường trong các lĩnh vực sau: nói chung.Nước trong các kênh rạch, Nong, Hồ và hồ chứa nguồn nước công cộng.น้ำทะเลชายฝั่ง รวมทั้งบริเวณปากแม่น้ำน้ำบาดาลอากาศในบรรยากาศทั่วไประดับเสียง และความสั่นสะเทือนโดยทั่วไป และเรื่องอื่นๆ (มาตรา 32)ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ จะเป็นสิ่งที่ราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง อบต. อาจนำมาเป็นตัวชี้วัดในการดูแล คุ้มครองสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไป ของท้องถิ่นของตนได้ ปัจจุบันได้มีประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2537) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำ ชายทะเลชายฝั่ง และประกาศคณะกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2537) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินแล้ว2. การกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมในกรณีที่ปรากฎว่า พื้นที่ใดเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร หรือมีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติที่แตกต่างไป จากพื้นที่อื่นโดยทั่วไป หรือมีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ ที่อาจถูกทำลาย หรืออาจได้รับผลกระทบกระเทือน จากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ได้โดยง่าย หรือเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางธรรมชาติ หรือศิลปกรรมอันควรแก่การอนุรักษ์ และเขตนั้น ยังมิได้ถูกประกาศกำหนดให้เป็นอบตอนุรักษ์ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม มีอำนาจออกกฎกระทรวง กำหนดให้พื้นที่นั้น เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้ (มาตรา 43) (ดูแผนภูมิที่ 17)
แผนภูมิที่ 17 แสดงความสัมพันธ์ของ อบต. กับการจัดการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

แสดงความสัมพันธ์ของ อบต. กับการจัดการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

เมื่อรัฐมนตรีกำหนดให้พื้นที่ใด เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีฯ สามารถ (ก) กำหนดการใช้ที่ดิน (ข) ห้ามการกระทำการใดๆ ที่อาจเป็นอันตราย หรือก่อให้เกิดผลกระทบ (ค) กำหนดให้ประเภท และขนาดโครงการ หรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ที่จะดำเนินการในพื้นที่นั้น ต้องเสนอรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนได้ (จะกล่าวในรายละเอียดในข้อ 4) (ง) กำหนดวิธีการจัดการโดยเฉพาะ สำหรับพื้นที่นั้น (มาตรา 44) ซึ่งในส่วนนี้เอง ที่รัฐมนตรีฯ อาจกำหนดให้ส่วนวราชการใดๆ หรือราชการส่วนท้องถิ่น มีบทบาทหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เพื่อการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมนั้น อบต. จึงอาจเกี่ยวข้องในส่วนนี้ได้

3. การวางแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม

กฎหมายนี้ กำหนดให้รัฐมนตรีฯ โดยความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สามารถจัดทำแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลให้ส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อาจขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนรองรับแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมนั้นได้ (มาตรา 35) ซึ่งอาจรวมถึงราชการส่วนท้องถิ่นด้วย
เมื่อมีแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมแล้ว กฎหมายกำหนดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดในท้องที่ที่เป็น เขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือเขตควบคุมมลพิษ มีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระดับจังหวัด (มาตรา 37)
โดยเฉพาะพื้นที่เขตควบคุมมลพิษ เจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมทั้งประธานกรรมการบริหาร อบต. มีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อลด หรือขจัดมลพิษ โดยดำเนินการดังนี้

ทำการสำรวจ และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด มลพิษที่มีอยู่ในพื้นที่
จัดทำบัญชีแสดงจำนวน ประเภท และขนาดของแหล่งกำเนิดมลพิษที่สำรวจ
ศึกษาวิเคราะห์ และประเมินมลพิษ และขอบเขตความรุนแรงของปัญหา และกำหนดมาตรการที่เหมาะสม และจำเป็น สำหรับลด และขจัดมลพิษนั้น
ในการจัดทำแผนนี้ กฎหมายให้เจ้าพนักงานคว
đang được dịch, vui lòng đợi..
Kết quả (Việt) 2:[Sao chép]
Sao chép!
SAO. Các thỏa thuận với các vấn đề y tế công cộng. Và luật môi trường,

Chương 11
bảo vệ và quản lý tài nguyên thiên nhiên. Và môi trường

từ những chương đầu Vai trò cáo buộc của chính quyền địa phương và Taos. Để quản lý y tế công cộng. Và môi trường của cộng đồng địa phương. Để bảo vệ sức khỏe cộng đồng. Phát sinh từ ô nhiễm môi trường. Cả hai đều được gây ra bởi các hoạt động. Hoặc bất kỳ hành động của bất kỳ người nào, mà tất cả đều là một phần của bảo vệ. Và tài nguyên thiên nhiên Và môi trường của bản thân cộng đồng

, nhưng bởi Đạo luật Hội đồng quận. Và Quản trị Xã Đạo luật năm 2537 yêu cầu các SAO. Một đã làm là để "bảo vệ và duy trì nguồn tài nguyên thiên nhiên. Và môi trường ", nhưng khi kiểm tra các quy định của pháp luật khác. Cơ quan quản lý tài nguyên thiên nhiên địa phương trực tiếp không rõ ràng Có liên quan nhất là để thúc đẩy pháp luật. Luật Chất lượng Môi trường năm 2535, nhưng không cung cấp điện trực tiếp. Nó chỉ được thực hiện trong các phần có liên quan. Theo Ủy ban Môi trường Quốc gia. Hoặc các quy định có liên quan chỉ Điều này sẽ được thảo luận chi tiết hơn

Luật. Chất lượng môi trường quốc gia 2535

Đạo luật có một ý nghĩa. "Môi trường" có nghĩa là một cái gì đó đặc điểm vật lý khác nhau. bên cạnh con người Trong đó xảy ra một cách tự nhiên Và con người gây ra. Ý nghĩa của từ. "Môi trường" là sự cân bằng của tự nhiên, bao gồm động vật, thực vật và tài nguyên thiên nhiên. Và những gì người đàn ông đã làm nhiều hơn để có lợi cho sinh kế của người dân và tương lai của nhân loại

như vậy. Đạo luật này Luật pháp bao gồm tài nguyên thiên nhiên. Môi trường và Xã hội Và cộng đồng nói chung Cho dù lưu vực sông tự nhiên. Vườn quốc gia Hoặc khu bảo tồn động vật hoang dã Hoặc các tác động tiềm năng trên các hệ sinh thái là tốt. Cung cấp một cách để quản lý và kiểm soát việc

đầu tiên. tiêu chuẩn chất lượng quy định, môi trường

pháp luật, Hội đồng quản trị môi trường quốc gia. Được ủy quyền công bố của nó Tiêu chuẩn chất lượng môi trường chung Sau đây

nước ở các sông, đầm lầy, hồ, hồ chứa và các vùng nước công cộng khác
vùng nước ven biển. Bao gồm các cửa sông,
nước ngầm,
không khí trong khí quyển
lượng. Và chung sống động Và các vấn đề khác (Điều 32)
, trong đó các tiêu chuẩn này. Đó là chính quyền địa phương, bao gồm cả Taos. Nó có thể được thực hiện như là một biện pháp chăm sóc. Bảo vệ môi trường nói chung Của địa phương Hôm nay công bố Hội đồng quản trị của Quốc Môi trường số 7 (2537), một bộ tiêu chuẩn chất lượng nước. bớ biển Công bố Hội đồng và môi trường quốc gia thứ 8 (2537), một bộ tiêu chuẩn chất lượng nước trong nước bề mặt, sau đó

hai. Các khu vực được bảo vệ trong môi trường

mà trong đó nó xuất hiện. Khu vực này là khu vực đầu nguồn Hoặc các hệ sinh thái tự nhiên khác nhau. Các khu vực khác nói chung Hoặc một hệ sinh thái tự nhiên Điều đó có thể bị phá hủy Hoặc có thể bị ảnh hưởng từ các hoạt động Nhân dễ dàng Hoặc các khu vực có giá trị tự nhiên. Hoặc nên khu vực nghệ thuật và bảo tồn chưa được khai báo là một Reserve. Bộ trưởng Bộ Khoa học, Công nghệ và Môi trường. Có quyền ban hành các quy định khu vực được chỉ định khu vực được bảo vệ môi trường (Điều 43) (xem biểu đồ. 17)

Biểu đồ 17 cho thấy mối quan hệ của Luật Quản lý Taos. Để thúc đẩy chất lượng. Môi trường Quốc gia 2535

cho thấy mối quan hệ của Luật Quản lý Taos. Để thúc đẩy chất lượng. Môi trường Quốc gia Kể từ năm 2535

, khi các Bộ trưởng khu vực. Bộ Bảo vệ Môi trường của huyện có thể (a) sử dụng đất, (b) cấm bất kỳ hành động. nguy hiểm tiềm tàng Hoặc gây tác động (c) các loại. Và quy mô dự án Hoặc việc kinh doanh của các doanh nghiệp nhà nước hay tư nhân hoạt động trong lĩnh vực đó. Để báo cáo phân tích Tác động môi trường trước khi (Để được thảo luận chi tiết hơn trong phần 4) (d) để xác định làm thế nào để xử lý cụ thể. Đối với khu vực đó (Điều 44) Trong phần này, Bộ trưởng có thể làm cho mình một phần của bất kỳ chính phủ. Hoặc chính quyền địa phương Vai trò hoặc là thời gian. Đối với bảo vệ môi trường, các SAO. Nó có thể liên quan đến những

ba. Quy hoạch, quản lý chất lượng, môi trường

pháp luật. Bộ trưởng Bộ Các ý kiến của Hội đồng quản trị môi trường quốc gia. Lập kế hoạch quản lý môi trường. Và công bố trên Công báo Kết quả là, các cơ quan chính phủ có thẩm quyền. Phải tuân thủ các kế hoạch quản lý chất lượng môi trường của Bộ Khoa học và Công nghệ. Có thể yêu cầu các cơ quan chính phủ có liên quan. Lên kế hoạch cho các kế hoạch quản lý môi trường (Điều 35), trong đó có thể bao gồm chính quyền địa phương có
kế hoạch quản lý và chất lượng môi trường. Luật yêu cầu Thống đốc khu vực. Bảo vệ môi trường County Hoặc khu kiểm soát ô nhiễm Một kế hoạch hành động trước Môi trường tỉnh (Điều 37)
, đặc biệt là trong lĩnh vực kiểm soát ô nhiễm. quan chức địa phương Chủ tịch TAO. Có một kế hoạch hành động để giảm thiểu hoặc loại bỏ ô nhiễm. Để thực hiện:

khảo sát Và thông tin về nguồn gốc. Ô nhiễm tồn tại trong khu vực
để giữ tài khoản cho thấy số lượng và các loại nguồn của cuộc khảo sát ô nhiễm
của các nhà phân tích. Và đánh giá ô nhiễm Phạm vi và mức độ nghiêm trọng của vấn đề Và xác định các biện pháp cần thiết để giảm và loại bỏ ô nhiễm
trong việc chuẩn bị kế hoạch này. Luật nhân viên bán hàng để c
đang được dịch, vui lòng đợi..
Kết quả (Việt) 3:[Sao chép]
Sao chép!
Y tế công cộng và những vấn đề về môi trường và quản lý theo pháp luậtSố 11.Quản lý và bảo vệ môi trường và tài nguyên thiên nhiên bảo vệEarly chương nhắc đến vai trò của Chính phủ và nơi tổ chức quản lý cách vệ sinh môi trường và Cộng đồng địa phương vớiĐể bảo vệ sức khỏe công cộng.Do ô nhiễm môi trường.Dù là doanh nghiệp hay người nào đều là hành vi bảo vệ và cải thiện một phần của tài nguyên thiên nhiên.Môi trường của Cộng đồng.Tuy nhiên, Hội đồng quận và tổ chức hành chính quy định nghĩa vụ của đạo luật năm 1994, một người khác là phải làm."Tài nguyên thiên nhiên và bảo vệ môi trường và bảo trì, nhưng phương pháp kiểm tra quy định quản lý đợi, cho phép".Nguồn lực địa phương, cũng chưa rõ mối quan hệ trực tiếp, điều quan trọng nhất là xúc tiến và bảo vệ pháp luậtNhưng không được phép trực tiếp năm 1992.Chỉ có liên quan đến phần thực hiệnĐịnh nghĩa theo Ủy ban Môi trường quốc gia.Hoặc theo quy định có liên quan.Có thể nói trong thông tin chi tiết.Năm 1992 và Luật bảo vệ môi trường quốc gia tăng cườngĐạo luật này định nghĩa "môi trường", có nghĩa là việc xảy ra xung quanh vật lý tự nhiên của con người.Con người đã định nghĩa "," môi trường tự nhiên cân bằng, bao gồm động vật, thực vật và các tài nguyên thiên nhiênHơn nữa, để làm cho sự sống sót của loài người với đầy đủ, người thừa kế của con người.Vì vậy, phương pháp nàyVì vậy, tài nguyên thiên nhiên và môi trường Pháp, bao gồm cả Cộng đồng chung, dù là công viên tự nhiên lớn.Hay là khu bảo tồn động vật hoang dã.Khu vực sinh thái, có thể ảnh hưởng đến phương pháp.
đang được dịch, vui lòng đợi..
 
Các ngôn ngữ khác
Hỗ trợ công cụ dịch thuật: Albania, Amharic, Anh, Armenia, Azerbaijan, Ba Lan, Ba Tư, Bantu, Basque, Belarus, Bengal, Bosnia, Bulgaria, Bồ Đào Nha, Catalan, Cebuano, Chichewa, Corsi, Creole (Haiti), Croatia, Do Thái, Estonia, Filipino, Frisia, Gael Scotland, Galicia, George, Gujarat, Hausa, Hawaii, Hindi, Hmong, Hungary, Hy Lạp, Hà Lan, Hà Lan (Nam Phi), Hàn, Iceland, Igbo, Ireland, Java, Kannada, Kazakh, Khmer, Kinyarwanda, Klingon, Kurd, Kyrgyz, Latinh, Latvia, Litva, Luxembourg, Lào, Macedonia, Malagasy, Malayalam, Malta, Maori, Marathi, Myanmar, Mã Lai, Mông Cổ, Na Uy, Nepal, Nga, Nhật, Odia (Oriya), Pashto, Pháp, Phát hiện ngôn ngữ, Phần Lan, Punjab, Quốc tế ngữ, Rumani, Samoa, Serbia, Sesotho, Shona, Sindhi, Sinhala, Slovak, Slovenia, Somali, Sunda, Swahili, Séc, Tajik, Tamil, Tatar, Telugu, Thái, Thổ Nhĩ Kỳ, Thụy Điển, Tiếng Indonesia, Tiếng Ý, Trung, Trung (Phồn thể), Turkmen, Tây Ban Nha, Ukraina, Urdu, Uyghur, Uzbek, Việt, Xứ Wales, Yiddish, Yoruba, Zulu, Đan Mạch, Đức, Ả Rập, dịch ngôn ngữ.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: