รูมเมต?” ผมทวนคำและมองหน้าป้ามาร์ธาที่เป็นเจ้าของหอพักนักศึกษา

รูมเมต?” ผมทวนคำและมองหน้าป้ามาร์ธา

รูมเมต?” ผมทวนคำและมองหน้าป้ามาร์ธาที่เป็นเจ้าของหอพักนักศึกษา "แต่ที่ตกลงกันไว้ผมได้ห้องเดี่ยวไม่ใช่เหรอครับ"
“นี่เหลือห้องสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่เอาห้องนี้ป้าก็ไม่มีห้องให้แล้วล่ะ"
ผมเงียบและก้มมองกุญแจห้องในมือ ผมทะเลาะกับพ่อเลยออกมาอยู่คนเดียว จากตอนแรกที่อยู่บ้านตัวเองก็ต้องย้ายมาอยู่หอพักใกล้กับมหา'ลัย ด้วยความที่มันฉุกละหุกมาก หอพักแห่งนี้จึงเป็นตัวเลือกเดียวเพราะมันยังมีห้องว่างเหลืออยู่
“แต่ผมไม่ชอบอยู่กับคนอื่นเท่าไหร่...”
“ถ้าเกิดเอาห้องนี้ ป้าจะลดราคาให้อีก ตกลงมั้ยล่ะ"
“ลดอีก?” ผมเลิกคิ้ว นั่นเป็นข้อเสนอที่ดีสุดๆ เลย หลังจากตัดขาดกับที่บ้าน เงินเก็บที่มีผมก็ต้องเอาบางส่วนมาใช้เป็นค่ามัดจำห้อง เงินเก็บที่เหลือก็ไม่ได้มีเยอะ ถ้าได้ลดราคาค่าห้องมันก็คงจะช่วยอะไรได้มาก "รูมเมตของผม...เขาเป็นคนยังไงเหรอครับ"
“รายนั้นไม่ค่อยยุ่งกับใครหรอก พวกโลกส่วนตัวสูง วันๆ ไม่ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันด้วยซ้ำมั้ง" แบบนั้นฟังดูเยี่ยมไปเลยแฮะ เพราะผมเองก็ชอบความเป็นส่วนตัวเหมือนกัน
“แล้วที่ว่าลดราคาให้นี่ ลดให้เท่าไหร่เหรอครับ" ผมถามและแถมยิ้มไปด้วย ป้ามาร์ธามองหน้าผมก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผู้หญิงเป็นแบบนี้เสมอๆ น่ะล่ะ
“ก็...ถ้าเธอตกลงเอาห้องนี้ใช่มั้ย ป้าจะลดให้เหลือ...” ป้าบอกตัวเลขที่ทำให้ผมยิ้มออกมา
“ตกลง" ผมพยักหน้าและโยนกุญแจห้องขึ้นในอากาศก่อนจะคว้ามันไว้ "ผมเอาห้องนี้เนี่ยล่ะ"
เรื่องรูมเมตอะไรนี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมอยู่แล้ว :)

ยี่สิบนาทีต่อมา...
ผมยืนอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 506 ที่อยู่บนชั้นห้า ห้องใหญ่สุดและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะมากพอตามที่ผมต้องการ หอพักอื่นๆ ราคาถูกกว่านี้ แต่ไม่มีห้องครัว ไม่มีเครื่องครัวที่ดีพอ คนที่ชอบทำอาหารมากๆ แบบผมขาดสองอย่างนั่นไม่ได้หรอก ที่สำคัญคือมันเต็มหมดแล้ว ผมวางกระเป๋าเดินทางลงกับพื้นตอนที่หยิบกุญแจออกมาไขประตูห้อง
ผมไม่ได้ถามป้ามาร์ธาต่อเกี่ยวกับเรื่องรูมเมต และคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ผมเองก็เป็นคนสบายๆ เข้ากับคนได้ง่าย ตราบใดที่รูมเมตผมไม่ใช่ตัวประหลาดหรือโรคจิตที่คอยตามติดชีวิตคนอื่น ผมก็โอเคล่ะ ผมผลักประตูห้องเข้าไปและก็ต้องผงะกับกลิ่นอับที่ตีเข้าหน้ามา...
นี่มัน...อะไรกันเนี่ย...
ผมอ้าปากค้างยืนมองภาพตรงหน้าและคิดหาคำมาบรรยายไม่ออก สิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาในหัวคือ...
ผมรังเกียจที่นี่...
และมัน...สกปรกมาก...
มันไม่เหมือนภาพตัวอย่างที่ผมเห็นทางอีเมลเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกตารางเมตรของห้องขนาดกว้างเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ของที่เห็นแล้วผมต้องเบ้ปากอยากจะอ้วกออกมา นั่นมัน...ถ้วยโยเกิร์ตที่กองสูงเท่าเอวผมจริงๆ ใช่มั้ย หรือว่าผมแค่ตาฝาดไป =_=;; และนั่น...นั่นมันซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ยัดใส่ถุงดำขนาดใหญ่จนพองไปหมด ผมก้าวขาเข้ามาในห้องและเอื้อมมือไปกดเปิดสวิตช์ไฟ ยิ่งสว่างมากขึ้นเท่าไหร่ผมยิ่งรู้สึกขยะแขยงมากขึ้นเท่านั้น หนังสือราวๆ สามร้อยเล่มวางกระจัดกระจายเป็นกองๆ อยู่ทุกมุมห้อง ชั้นหนังสือก็มี แต่ไม่ใช้เก็บ มันกลับกลายเป็นที่วางถุงขนมที่มองคร่าวๆ แล้วน่าจะอยู่ตรงนั้นมาไม่ต่ำกว่าสามเดือน
ผมก้าวถอยหลังแล้วหันไปมองหมายเลขห้องตรงประตูอีกครั้ง

'506'

ก็ไม่ผิดนี่...
ผมก้าวขาเข้าไปข้างในอีกรอบ และตัดสินใจว่าจะไม่มีทางอยู่ที่ห้องนี้เด็ดขาด ผมกลอกตาอย่างหงุดหงิดและกำลังจะหันหลังเดินหนี แต่ก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบๆ ซะก่อน ผมหันไปมองตามหาเสียงนั้น ดูเหมือนว่ามันจะดังมาจากกองถุงพลาสติกที่อยู่ตรงกลางห้องนะ หรือว่ามันจะมีหนู...
“กรี๊ดดด!!” เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้นมาทำเอาผมสะดุ้งโหยงและเอามือปิดหูอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนหนึ่งทะลึ่งตัวขึ้นมาจากกองถุงพลาสติกทำเอาข้าวของลอยกระเด็นขึ้นบนอากาศ เธอเป็นผู้หญิงจริงๆ ใส่เสื้อยืดย้วยๆ สีเขียวอื๋อ แว่นกรอบสี่เหลี่ยมหนาปั่ก และ...ผมสีแดง...แดงแบบ...เอเรียลนางเงือกน้อย...มันมีคนทำผมสีนี้ด้วยเหรอนอกจากพวกดารานักร้องน่ะ -O-;
ผมอ้าปากค้างและมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ผู้หญิงคนนั้นใช้มือปัดอะไรออกไปจากแขนก่อนจะรีบลุกขึ้นมายืน
“โธ่เอ๊ย แมลงสาบนี่เอง นึกว่าอะไร -_-”
“...”
แมลงสาบนี่เอง...?
แมลงสาบไต่แขนแล้วยังจะทำหน้าแบบนี้ได้อีกน่ะเหรอ =O=;
“นายเป็นใคร" คำถามนั้นดังขึ้นตอนที่เธอเงยหน้ามาเห็นผมพอดี
“เอ่อ...ฉัน...” ผมอึกอักและมองหน้าเธอ "เธอคือเจ้าห้องของนี้รึเปล่า"
“ใช่น่ะสิ"
“งั้นฉันก็คงเป็น...รูมเมตเธอมั้ง"
“หา?"
“ป้ามาร์ธาไม่ได้บอกไว้เหรอ"
“บอก...มั้ง" เธอเกาศีรษะแกรกๆ "ฉันจำไม่ได้เหมือนกัน แต่เหมือนจะไม่ได้บอกนะ"
“แต่ไม่เป็นไร ผมคง...ไม่อยู่ที่นี่หรอก" ผมแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนว่าเพราะอะไร ความสกปรกของห้องนี้มันเหนือคำบรรยายจริงๆ
“ห้องฉันรกนิดหน่อยน่ะ ช่วงใกล้เดดไลน์ก็อย่างนี้แหละ" เธอพึมพำอะไรคนเดียวและเตะสิ่งของออกไปรอบๆ ด้าน "จริงๆ ป้ามาร์ธาบอกฉันไว้แล้วล่ะเรื่องที่จะหารูมเมตมาให้น่ะ พอดีช่วงหลังๆ ฉันช็อตๆ น่ะ เลยไปขอลดค่าเช่าห้อง ไม่กี่วันถัดมาป้ามาร์ธาก็เสกนายขึ้นมาเลย ไวจริงๆ"
“แต่ฉันคงไม่อยู่...”
“เพราะห้องฉันรกน่ะเหรอ O_O”
“-_-;;”
“นายอย่าจุกจิกไปหน่อยเลยน่า เป็นผู้ชายซะเปล่า"
“เธอเป็นผู้หญิง คงไม่อยากได้ฉันเป็นรูมเมตหรอก"
“โอ๊ย สบายมาก ฉันมีพี่ชายสามคนนะ เลยชินกับการใช้ชีวิตกับผู้ชายสุดๆ สบายใจได้" แต่ฉันมีปัญหากับความสกปรกของเธอ -_- ผมไม่ได้พูดคำนั้นออกไปและคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรจะทำอะไรต่อดี แต่อีกฝ่ายก็ถามแทรกก่อน
“นี่กี่โมงแล้วงั้นเหรอ"
ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะเอ่ยตอบ "บ่ายสองครึ่ง"
“บะ...บ่ายสองครึ่ง!!” อีกฝ่ายตะโกนดังลั่น "ฉันมีนัดตอนบ่ายสาม เฮ้ย!!” แล้วหล่อนก็วิ่งหนีเข้าไปในห้องที่ดูเหมือนว่าจะเป็นห้องนอน
“เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนสิ ฉันว่าเราต้องคุยกันนะ"
“ฉันไม่มีเวลาหรอก" อีกฝ่ายตะโกนออกมาจากในห้องนอน
“เฮ้ย ไม่ได้นะ ถ้าไม่คุยกันให้รู้เรื่องแล้วฉันจะทำยังไงต่อล่ะ เธออยากได้รูมเมต...”
“จริงๆ ฉันไม่อยากได้รูมเมตหรอก ฉันก็แค่อยากได้ห้องราคาถูกเท่านั้นเอง"
“ฉันก็อยากได้ห้องราคาถูกเหมือนกัน แต่สภาพห้องแบบนี้ฉันอยู่ไม่ได้หรอก"
“มันแค่รกนิดหน่อยเองนะ"
“มันสกปรกมาก"
“นายนี่เป็นผู้ชายปากร้ายจังเลยนะ"
“-_-”
“ตกลงว่านายจะไม่อยู่ที่นี่จริงๆ งั้นเหรอ"
“ไม่ จนกว่าเธอจะทำความสะอาดห้อง"
“ฉันไม่มีเวลาหรอก"
บทสนทนาทุกอย่างเกิดขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังเดินผ่
0/5000
Từ: -
Sang: -
Kết quả (Việt) 1: [Sao chép]
Sao chép!
รูมเมต?” ผมทวนคำและมองหน้าป้ามาร์ธาที่เป็นเจ้าของหอพักนักศึกษา "แต่ที่ตกลงกันไว้ผมได้ห้องเดี่ยวไม่ใช่เหรอครับ"“นี่เหลือห้องสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่เอาห้องนี้ป้าก็ไม่มีห้องให้แล้วล่ะ"ผมเงียบและก้มมองกุญแจห้องในมือ ผมทะเลาะกับพ่อเลยออกมาอยู่คนเดียว จากตอนแรกที่อยู่บ้านตัวเองก็ต้องย้ายมาอยู่หอพักใกล้กับมหา'ลัย ด้วยความที่มันฉุกละหุกมาก หอพักแห่งนี้จึงเป็นตัวเลือกเดียวเพราะมันยังมีห้องว่างเหลืออยู่“แต่ผมไม่ชอบอยู่กับคนอื่นเท่าไหร่...”“ถ้าเกิดเอาห้องนี้ ป้าจะลดราคาให้อีก ตกลงมั้ยล่ะ"“ลดอีก?” ผมเลิกคิ้ว นั่นเป็นข้อเสนอที่ดีสุดๆ เลย หลังจากตัดขาดกับที่บ้าน เงินเก็บที่มีผมก็ต้องเอาบางส่วนมาใช้เป็นค่ามัดจำห้อง เงินเก็บที่เหลือก็ไม่ได้มีเยอะ ถ้าได้ลดราคาค่าห้องมันก็คงจะช่วยอะไรได้มาก "รูมเมตของผม...เขาเป็นคนยังไงเหรอครับ"“รายนั้นไม่ค่อยยุ่งกับใครหรอก พวกโลกส่วนตัวสูง วันๆ ไม่ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันด้วยซ้ำมั้ง" แบบนั้นฟังดูเยี่ยมไปเลยแฮะ เพราะผมเองก็ชอบความเป็นส่วนตัวเหมือนกัน“แล้วที่ว่าลดราคาให้นี่ ลดให้เท่าไหร่เหรอครับ" ผมถามและแถมยิ้มไปด้วย ป้ามาร์ธามองหน้าผมก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผู้หญิงเป็นแบบนี้เสมอๆ น่ะล่ะ“ก็...ถ้าเธอตกลงเอาห้องนี้ใช่มั้ย ป้าจะลดให้เหลือ...” ป้าบอกตัวเลขที่ทำให้ผมยิ้มออกมา
“ตกลง" ผมพยักหน้าและโยนกุญแจห้องขึ้นในอากาศก่อนจะคว้ามันไว้ "ผมเอาห้องนี้เนี่ยล่ะ"
เรื่องรูมเมตอะไรนี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมอยู่แล้ว :)

ยี่สิบนาทีต่อมา...
ผมยืนอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 506 ที่อยู่บนชั้นห้า ห้องใหญ่สุดและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะมากพอตามที่ผมต้องการ หอพักอื่นๆ ราคาถูกกว่านี้ แต่ไม่มีห้องครัว ไม่มีเครื่องครัวที่ดีพอ คนที่ชอบทำอาหารมากๆ แบบผมขาดสองอย่างนั่นไม่ได้หรอก ที่สำคัญคือมันเต็มหมดแล้ว ผมวางกระเป๋าเดินทางลงกับพื้นตอนที่หยิบกุญแจออกมาไขประตูห้อง
ผมไม่ได้ถามป้ามาร์ธาต่อเกี่ยวกับเรื่องรูมเมต และคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ผมเองก็เป็นคนสบายๆ เข้ากับคนได้ง่าย ตราบใดที่รูมเมตผมไม่ใช่ตัวประหลาดหรือโรคจิตที่คอยตามติดชีวิตคนอื่น ผมก็โอเคล่ะ ผมผลักประตูห้องเข้าไปและก็ต้องผงะกับกลิ่นอับที่ตีเข้าหน้ามา...
นี่มัน...อะไรกันเนี่ย...
ผมอ้าปากค้างยืนมองภาพตรงหน้าและคิดหาคำมาบรรยายไม่ออก สิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาในหัวคือ...
ผมรังเกียจที่นี่...
และมัน...สกปรกมาก...
มันไม่เหมือนภาพตัวอย่างที่ผมเห็นทางอีเมลเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกตารางเมตรของห้องขนาดกว้างเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ของที่เห็นแล้วผมต้องเบ้ปากอยากจะอ้วกออกมา นั่นมัน...ถ้วยโยเกิร์ตที่กองสูงเท่าเอวผมจริงๆ ใช่มั้ย หรือว่าผมแค่ตาฝาดไป =_=;; และนั่น...นั่นมันซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ยัดใส่ถุงดำขนาดใหญ่จนพองไปหมด ผมก้าวขาเข้ามาในห้องและเอื้อมมือไปกดเปิดสวิตช์ไฟ ยิ่งสว่างมากขึ้นเท่าไหร่ผมยิ่งรู้สึกขยะแขยงมากขึ้นเท่านั้น หนังสือราวๆ สามร้อยเล่มวางกระจัดกระจายเป็นกองๆ อยู่ทุกมุมห้อง ชั้นหนังสือก็มี แต่ไม่ใช้เก็บ มันกลับกลายเป็นที่วางถุงขนมที่มองคร่าวๆ แล้วน่าจะอยู่ตรงนั้นมาไม่ต่ำกว่าสามเดือน
ผมก้าวถอยหลังแล้วหันไปมองหมายเลขห้องตรงประตูอีกครั้ง

'506'

ก็ไม่ผิดนี่...
ผมก้าวขาเข้าไปข้างในอีกรอบ และตัดสินใจว่าจะไม่มีทางอยู่ที่ห้องนี้เด็ดขาด ผมกลอกตาอย่างหงุดหงิดและกำลังจะหันหลังเดินหนี แต่ก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบๆ ซะก่อน ผมหันไปมองตามหาเสียงนั้น ดูเหมือนว่ามันจะดังมาจากกองถุงพลาสติกที่อยู่ตรงกลางห้องนะ หรือว่ามันจะมีหนู...
“กรี๊ดดด!!” เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้นมาทำเอาผมสะดุ้งโหยงและเอามือปิดหูอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนหนึ่งทะลึ่งตัวขึ้นมาจากกองถุงพลาสติกทำเอาข้าวของลอยกระเด็นขึ้นบนอากาศ เธอเป็นผู้หญิงจริงๆ ใส่เสื้อยืดย้วยๆ สีเขียวอื๋อ แว่นกรอบสี่เหลี่ยมหนาปั่ก และ...ผมสีแดง...แดงแบบ...เอเรียลนางเงือกน้อย...มันมีคนทำผมสีนี้ด้วยเหรอนอกจากพวกดารานักร้องน่ะ -O-;
ผมอ้าปากค้างและมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ผู้หญิงคนนั้นใช้มือปัดอะไรออกไปจากแขนก่อนจะรีบลุกขึ้นมายืน
“โธ่เอ๊ย แมลงสาบนี่เอง นึกว่าอะไร -_-”
“...”
แมลงสาบนี่เอง...?
แมลงสาบไต่แขนแล้วยังจะทำหน้าแบบนี้ได้อีกน่ะเหรอ =O=;
“นายเป็นใคร" คำถามนั้นดังขึ้นตอนที่เธอเงยหน้ามาเห็นผมพอดี
“เอ่อ...ฉัน...” ผมอึกอักและมองหน้าเธอ "เธอคือเจ้าห้องของนี้รึเปล่า"
“ใช่น่ะสิ"
“งั้นฉันก็คงเป็น...รูมเมตเธอมั้ง"
“หา?"
“ป้ามาร์ธาไม่ได้บอกไว้เหรอ"
“บอก...มั้ง" เธอเกาศีรษะแกรกๆ "ฉันจำไม่ได้เหมือนกัน แต่เหมือนจะไม่ได้บอกนะ"
“แต่ไม่เป็นไร ผมคง...ไม่อยู่ที่นี่หรอก" ผมแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนว่าเพราะอะไร ความสกปรกของห้องนี้มันเหนือคำบรรยายจริงๆ
“ห้องฉันรกนิดหน่อยน่ะ ช่วงใกล้เดดไลน์ก็อย่างนี้แหละ" เธอพึมพำอะไรคนเดียวและเตะสิ่งของออกไปรอบๆ ด้าน "จริงๆ ป้ามาร์ธาบอกฉันไว้แล้วล่ะเรื่องที่จะหารูมเมตมาให้น่ะ พอดีช่วงหลังๆ ฉันช็อตๆ น่ะ เลยไปขอลดค่าเช่าห้อง ไม่กี่วันถัดมาป้ามาร์ธาก็เสกนายขึ้นมาเลย ไวจริงๆ"
“แต่ฉันคงไม่อยู่...”
“เพราะห้องฉันรกน่ะเหรอ O_O”
“-_-;;”
“นายอย่าจุกจิกไปหน่อยเลยน่า เป็นผู้ชายซะเปล่า"
“เธอเป็นผู้หญิง คงไม่อยากได้ฉันเป็นรูมเมตหรอก"
“โอ๊ย สบายมาก ฉันมีพี่ชายสามคนนะ เลยชินกับการใช้ชีวิตกับผู้ชายสุดๆ สบายใจได้" แต่ฉันมีปัญหากับความสกปรกของเธอ -_- ผมไม่ได้พูดคำนั้นออกไปและคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรจะทำอะไรต่อดี แต่อีกฝ่ายก็ถามแทรกก่อน
“นี่กี่โมงแล้วงั้นเหรอ"
ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะเอ่ยตอบ "บ่ายสองครึ่ง"
“บะ...บ่ายสองครึ่ง!!” อีกฝ่ายตะโกนดังลั่น "ฉันมีนัดตอนบ่ายสาม เฮ้ย!!” แล้วหล่อนก็วิ่งหนีเข้าไปในห้องที่ดูเหมือนว่าจะเป็นห้องนอน
“เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนสิ ฉันว่าเราต้องคุยกันนะ"
“ฉันไม่มีเวลาหรอก" อีกฝ่ายตะโกนออกมาจากในห้องนอน
“เฮ้ย ไม่ได้นะ ถ้าไม่คุยกันให้รู้เรื่องแล้วฉันจะทำยังไงต่อล่ะ เธออยากได้รูมเมต...”
“จริงๆ ฉันไม่อยากได้รูมเมตหรอก ฉันก็แค่อยากได้ห้องราคาถูกเท่านั้นเอง"
“ฉันก็อยากได้ห้องราคาถูกเหมือนกัน แต่สภาพห้องแบบนี้ฉันอยู่ไม่ได้หรอก"
“มันแค่รกนิดหน่อยเองนะ"
“มันสกปรกมาก"
“นายนี่เป็นผู้ชายปากร้ายจังเลยนะ"
“-_-”
“ตกลงว่านายจะไม่อยู่ที่นี่จริงๆ งั้นเหรอ"
“ไม่ จนกว่าเธอจะทำความสะอาดห้อง"
“ฉันไม่มีเวลาหรอก"
บทสนทนาทุกอย่างเกิดขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังเดินผ่
đang được dịch, vui lòng đợi..
 
Các ngôn ngữ khác
Hỗ trợ công cụ dịch thuật: Albania, Amharic, Anh, Armenia, Azerbaijan, Ba Lan, Ba Tư, Bantu, Basque, Belarus, Bengal, Bosnia, Bulgaria, Bồ Đào Nha, Catalan, Cebuano, Chichewa, Corsi, Creole (Haiti), Croatia, Do Thái, Estonia, Filipino, Frisia, Gael Scotland, Galicia, George, Gujarat, Hausa, Hawaii, Hindi, Hmong, Hungary, Hy Lạp, Hà Lan, Hà Lan (Nam Phi), Hàn, Iceland, Igbo, Ireland, Java, Kannada, Kazakh, Khmer, Kinyarwanda, Klingon, Kurd, Kyrgyz, Latinh, Latvia, Litva, Luxembourg, Lào, Macedonia, Malagasy, Malayalam, Malta, Maori, Marathi, Myanmar, Mã Lai, Mông Cổ, Na Uy, Nepal, Nga, Nhật, Odia (Oriya), Pashto, Pháp, Phát hiện ngôn ngữ, Phần Lan, Punjab, Quốc tế ngữ, Rumani, Samoa, Serbia, Sesotho, Shona, Sindhi, Sinhala, Slovak, Slovenia, Somali, Sunda, Swahili, Séc, Tajik, Tamil, Tatar, Telugu, Thái, Thổ Nhĩ Kỳ, Thụy Điển, Tiếng Indonesia, Tiếng Ý, Trung, Trung (Phồn thể), Turkmen, Tây Ban Nha, Ukraina, Urdu, Uyghur, Uzbek, Việt, Xứ Wales, Yiddish, Yoruba, Zulu, Đan Mạch, Đức, Ả Rập, dịch ngôn ngữ.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: