การวิจัยการใช้สมุนไพรทดแทนยาปฏิชีวนะในการผลิตเนื้อหมูที่ปลอดภัยฮิต: 22 dịch - การวิจัยการใช้สมุนไพรทดแทนยาปฏิชีวนะในการผลิตเนื้อหมูที่ปลอดภัยฮิต: 22 Việt làm thế nào để nói

การวิจัยการใช้สมุนไพรทดแทนยาปฏิชีวน

การวิจัยการใช้สมุนไพรทดแทนยาปฏิชีวนะในการผลิตเนื้อหมูที่ปลอดภัย

ฮิต: 2283
จากกระแสของผู้บริโภคที่ได้ตระหนักถึงการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหมูและเนื้อไก่ที่มีวางขายในตลาดทั่วไป ได้มีการตรวจพบสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ได้แก่ ยาปฏิชีวนะชนิดต่างๆ และเมื่อต่างประเทศได้ส่งคืนเนื้อ.จากประเทศไทยที่ตรวจพบยาปฏิชีวนะตกค้าง ทำให้สื่อมวลชนและผู้บริโภคให้ความสนใจยิ่งขึ้น และเมื่อรัฐบาลได้เห็นความสำคัญของปัญหายาตกค้างในเนื้อ. จึงได้เริ่มมีการประกาศห้ามใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดในการเลี้ยง. ทำให้เกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเริ่มเกิดปัญหาเกี่ยวกับหมูที่เลี้ยงที่แต่เดิมมีการใช้ยาปฏิชีวนะมากอยู่แล้ว เมื่อเลิกใช้ทำให้หมูเจ็บป่วยมากขึ้น จึงเกิดการลักลอบใช้ยาปฏิชีวนะที่ห้ามใช้ต่อไป เนื่องจากเกษตรกรไม่มีทางเลือกอื่นที่จะนำมาทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่จะต้องหาสิ่งอื่นมาใช้ทดแทน "สมุนไพร" จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพในการวิจัยนำมาใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงหมู เพื่อให้ได้เนื้อหมูที่ปลอดภัยต่อไป

แนวทางการวิจัยการใช้สมุนไพรในการเลี้ยงหมู
จากปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงหมูที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงสนับสนุนงบประมาณให้กับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้ทำการวิจัยนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงหมู เพื่อผลิตเนื้อหมูที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่เนื่องจากการวิจัยการนำสมุนไพรมาใช้เลี้ยงหมูยังเป็นเรื่องใหม่จึงต้องใช้นักวิจัยจากหลายสาขามาร่วมกัน คณะผู้วิจัยจึงประกอบไปด้วยนักวิจัยจากสาขาพฤกษศาสตร์ เภสัชศาสตร์ จุลชีววิทยา สัตวศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์เนื้อ. และจากสาขาพัฒนาการเกษตร จำนวน 12 คน ได้ทำการวิจัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543
โดยมีการศึกษาทัศนคติของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูต่อการใช้สมุนไพรในการเลี้ยงหมู การศึกษาทัศนคติของผู้บริโภคเนื้อหมูต่อการเลี้ยงหมูด้วยสมุนไพร การวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร 5 ชนิด ที่ใช้วิจัยคือ ฟ้าทะลายโจร ใบฝรั่ง ขมิ้นชัน ไพล และเปลือกผลมังคุด การศึกษาการเตรียมยาสมุนไพร การศึกษาแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงและโรคระบบทางเดินหายใจในหมู การทดสอบฤทธิ์ของสมุนไพรในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในห้องปฏิบัติการเปรียบเทียบกับยาปฏิชีวนะ การทดสอบฤทธิ์ของสมุนไพรในการรักษาหมูที่ป่วยเป็นโรคท้องร่วงและโรคระบบทางเดินหายใจเปรียบเทียบกับยาปฏิชีวนะ การศึกษาการใช้สมุนไพรทดแทนยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงหมู การศึกษาคุณภาพซากหมูที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร และการศึกษารสชาติของเนื้อหมูและไขมันในเลือดหมูที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร ซึ่งการวิจัยดังกล่าวใช้เวลาตั้งแต่ พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2547 โดยใช้หมูในการศึกษามากกว่า 500 ตัว
ผลของการวิจัยการใช้สมุนไพรในการเลี้ยงหมู
1. ทัศนคติของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูต่อการใช้สมุนไพรในการเลี้ยงหมู : จากการเก็บข้อมูลเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู 600 ราย ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และตรัง พบว่าฟาร์มขนาดใหญ่มีปัญหาหมูเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเป็นอันดับแรก ขณะที่ฟาร์มขนาดเล็กมีปัญหาหมูเป็นโรคท้องร่วงเป็นอันดับแรก เกษตรกรร้อยละ 53.7 คิดว่าการใช้สมุนไพรยุ่งยากกว่าใช้ยาแผนปัจจุบัน เกษตรกรร้อยละ 65.8 คิดว่าถ้าใช้สมุนไพรรักษา.ต้องใช้บ่อยครั้ง และร้อยละ 50.3 ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลเท่ายาแผนปัจจุบัน แต่เกษตรกรร้อยละ 83.3 ต้องการทดลองใช้สมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบันในการเลี้ยงหมู และร้อยละ 80.3 คิดจะได้เนื้อหมูที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
2. ทัศนคติของผู้บริโภคเนื้อหมูต่อการเลี้ยงหมูด้วยสมุนไพร : จากการเก็บข้อมูลผู้บริโภคเนื้อหมู 700 คน ในจังหวัดสงขลาพบว่าผู้บริโภค 44.1 % ชอบบริโภคเนื้อหมูมากที่สุด รองลงมา 39.1 % บริโภคอาหารทะเลมากที่สุด และ 5.6 % บริโภคเนื้อไก่มากที่สุด สาเหตุที่บริโภคเนื้อหมูมากที่สุด 86.1 % บอกว่า หาซื้อง่ายและรสชาติดี ขณะที่ผู้บริโภคเนื้อหมูน้อย 83.8 % ให้เหตุผลว่า กลัวสารตกค้างในเนื้อหมู และ 78.4 % กลัวไขมันในเนื้อหมูมีผลต่อสุขภาพ นอกจากนี้ผู้บริโภค 76.9 % เชื้อว่าในเนื้อหมูมีสารพิษตกค้าง ผู้บริโภค 89 % เห็นด้วยว่าไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเลี้ยงหมู และ 90.4 % เห็นด้วยที่ควรวิจัยนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะ และผู้บริโภค 81.4 % มั่นใจที่จะซื้อเนื้อหมูสมุนไพรมาบริโภคถ้ามีจำหน่าย
3. การเตรียมสมุนไพรบดแห้ง : จากการทดลองเตรียมสมุนไพรบดแห้ง 5 ชนิด พบว่า การตากแดด 1-2 วัน และอบด้วยลมร้อนที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส นาน 24 ชั่วโมง จะได้สมุนไพรที่มีความชื้น 3.5-7.2 % โดยจากการคำนวณจากน้ำหนักสดพบว่าเมื่อเตรียมเป็นสมุนไพรแห้งแล้ว ขมิ้นชัน ไพล เปลือกผลมังคุด ฟ้าทะลายโจร และใบฝรั่ง จะได้น้ำหนักแห้ง 10.2, 12.4, 35.5, 26.5 และ 46.1 % ตามลำดับ และสามารถเก็บไว้ได้นานอย่างน้อย 1 เดือน ที่ยังคงสภาพทางชีวภาพและกายภาพ ยกเว้นไพลจะมีการเปลี่ยนสี
4. การวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร : จากการวิเคราะห์ตัวอย่างสมุนไพรแห้ง 5 ชนิด พบว่า ฟ้าทะลายโจรมีสาร lactone 9.72 % ใบฝรั่งมีสาร tannin 13.33 % เปลือกผลมังคุดมีสาร tannin 4.25 % ขมิ้นชันมีสาร curcuminoids 10.44 % และ volatile oil 7.0 % ส่วนไพลมีสาร volatile oil 2.5 %
5. การตรวจแยกเชื้อแบคทีเรียในหมูที่เป็นโรคท้องร่วงและโรคระบบทางเดินหายใจ : จากการเก็บมูลของลูกหมูยังไม่หย่านมที่ท้องร่วง 42 ตัว พบว่ามีเชื้อ E. coli รวม 101 isolates แต่ไม่พบเชื้อ Salmonella sp. และ Shigella sp. แต่เมื่อเก็บมูลของหมูหลังหย่านมที่อายุ 2-3 เดือนที่ท้องร่วง 15 ตัวอย่าง สามารถตรวจพบเชื้อ Salmonella sp. 8 isolates แต่ไม่พบเชื้อ Shigella sp. และจากการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งในจมูกของหมูที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ 44 ตัวอย่าง พบเชื้อ -Streptococcus non group A 15.91 % และพบเชื้อ -Streptococcus group A 90.91 % แต่ไม่สามารถแยกเชื้อ Mycoplasma sp. เนื่องจากมีการปนเปื้อนของเชื้ออื่น
6. การทดสอบฤทธิ์สมุนไพรเปรียบเทียบกับยาปฏิชีวนะในห้องปฏิบัติการ : จากการทดสอบการดื้อยาของเชื้อ E.coli 106 isolates ด้วยยาปฏิชีวนะ 8 ชนิด พบว่าเชื้อมีการดื้อยา tetracycline 98.2 % รองลงมาเป็น Sulfa-trimethoprim 83.0 % และดื้อยาน้อยที่สุดคือ norfloxacin 22.6 % และเมื่อทดสอบกับสารสกัดจากสมุนไพรทั้ง 5 ชนิด พบว่า ใบฝรั่งมีฤทธิ์ยับยั้ง เชื้อ E.coli สารสกัดจากเปลือกผลมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Salmonella sp. และสารสกัดจากไพลมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ E.coli และเชื้อ Salmonella sp.
0/5000
Từ: -
Sang: -
Kết quả (Việt) 1: [Sao chép]
Sao chép!
Nghiên cứu bằng cách sử dụng thảo dược thay thế cho thuốc kháng sinh sản xuất thịt heo an toàn.Lượt truy cập: 2283จากกระแสของผู้บริโภคที่ได้ตระหนักถึงการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหมูและเนื้อไก่ที่มีวางขายในตลาดทั่วไป ได้มีการตรวจพบสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ได้แก่ ยาปฏิชีวนะชนิดต่างๆ และเมื่อต่างประเทศได้ส่งคืนเนื้อ.จากประเทศไทยที่ตรวจพบยาปฏิชีวนะตกค้าง ทำให้สื่อมวลชนและผู้บริโภคให้ความสนใจยิ่งขึ้น และเมื่อรัฐบาลได้เห็นความสำคัญของปัญหายาตกค้างในเนื้อ. จึงได้เริ่มมีการประกาศห้ามใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดในการเลี้ยง. ทำให้เกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูเริ่มเกิดปัญหาเกี่ยวกับหมูที่เลี้ยงที่แต่เดิมมีการใช้ยาปฏิชีวนะมากอยู่แล้ว เมื่อเลิกใช้ทำให้หมูเจ็บป่วยมากขึ้น จึงเกิดการลักลอบใช้ยาปฏิชีวนะที่ห้ามใช้ต่อไป เนื่องจากเกษตรกรไม่มีทางเลือกอื่นที่จะนำมาทดแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่จะต้องหาสิ่งอื่นมาใช้ทดแทน "สมุนไพร" จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีศักยภาพในการวิจัยนำมาใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงหมู เพื่อให้ได้เนื้อหมูที่ปลอดภัยต่อไป Các phương pháp nghiên cứu sử dụng ở lợnTừ việc sử dụng thuốc kháng sinh trong con lợn có khả năng nghiêm trọng hơn. Thái Lan nghiên cứu quỹ (TRF), do đó hỗ trợ ngân sách, nhóm nghiên cứu từ Đại học Hoàng tử Songkhla, nghiên cứu các loại thảo mộc, được sử dụng như là thay thế cho thuốc kháng sinh trong con lợn. Để sản xuất thịt heo an toàn tiêu dùng Nhưng bởi vì nghiên cứu các loại thảo mộc sử dụng con lợn để một nhà nghiên cứu cần phải mới từ nhiều ngành đến với nhau. Các nhà nghiên cứu do đó bao gồm các nhà nghiên cứu từ thực vật, vi sinh vật học dược phẩm chi nhánh khoa học thú y, khoa học thú y và khoa học thịt từ 12 chi nhánh nghiên cứu nông nghiệp đã được thực hiện kể từ khi người 2543 người.โดยมีการศึกษาทัศนคติของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูต่อการใช้สมุนไพรในการเลี้ยงหมู การศึกษาทัศนคติของผู้บริโภคเนื้อหมูต่อการเลี้ยงหมูด้วยสมุนไพร การวิเคราะห์สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร 5 ชนิด ที่ใช้วิจัยคือ ฟ้าทะลายโจร ใบฝรั่ง ขมิ้นชัน ไพล และเปลือกผลมังคุด การศึกษาการเตรียมยาสมุนไพร การศึกษาแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงและโรคระบบทางเดินหายใจในหมู การทดสอบฤทธิ์ของสมุนไพรในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในห้องปฏิบัติการเปรียบเทียบกับยาปฏิชีวนะ การทดสอบฤทธิ์ของสมุนไพรในการรักษาหมูที่ป่วยเป็นโรคท้องร่วงและโรคระบบทางเดินหายใจเปรียบเทียบกับยาปฏิชีวนะ การศึกษาการใช้สมุนไพรทดแทนยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงหมู การศึกษาคุณภาพซากหมูที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร และการศึกษารสชาติของเนื้อหมูและไขมันในเลือดหมูที่เลี้ยงด้วยสมุนไพร ซึ่งการวิจัยดังกล่าวใช้เวลาตั้งแต่ พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2547 โดยใช้หมูในการศึกษามากกว่า 500 ตัวKết quả của nghiên cứu, việc sử dụng các loại thảo mộc trong con lợn.1. ทัศนคติของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูต่อการใช้สมุนไพรในการเลี้ยงหมู : จากการเก็บข้อมูลเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู 600 ราย ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และตรัง พบว่าฟาร์มขนาดใหญ่มีปัญหาหมูเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเป็นอันดับแรก ขณะที่ฟาร์มขนาดเล็กมีปัญหาหมูเป็นโรคท้องร่วงเป็นอันดับแรก เกษตรกรร้อยละ 53.7 คิดว่าการใช้สมุนไพรยุ่งยากกว่าใช้ยาแผนปัจจุบัน เกษตรกรร้อยละ 65.8 คิดว่าถ้าใช้สมุนไพรรักษา.ต้องใช้บ่อยครั้ง และร้อยละ 50.3 ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลเท่ายาแผนปัจจุบัน แต่เกษตรกรร้อยละ 83.3 ต้องการทดลองใช้สมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบันในการเลี้ยงหมู และร้อยละ 80.3 คิดจะได้เนื้อหมูที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค2. ทัศนคติของผู้บริโภคเนื้อหมูต่อการเลี้ยงหมูด้วยสมุนไพร : จากการเก็บข้อมูลผู้บริโภคเนื้อหมู 700 คน ในจังหวัดสงขลาพบว่าผู้บริโภค 44.1 % ชอบบริโภคเนื้อหมูมากที่สุด รองลงมา 39.1 % บริโภคอาหารทะเลมากที่สุด และ 5.6 % บริโภคเนื้อไก่มากที่สุด สาเหตุที่บริโภคเนื้อหมูมากที่สุด 86.1 % บอกว่า หาซื้อง่ายและรสชาติดี ขณะที่ผู้บริโภคเนื้อหมูน้อย 83.8 % ให้เหตุผลว่า กลัวสารตกค้างในเนื้อหมู และ 78.4 % กลัวไขมันในเนื้อหมูมีผลต่อสุขภาพ นอกจากนี้ผู้บริโภค 76.9 % เชื้อว่าในเนื้อหมูมีสารพิษตกค้าง ผู้บริโภค 89 % เห็นด้วยว่าไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเลี้ยงหมู และ 90.4 % เห็นด้วยที่ควรวิจัยนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะ และผู้บริโภค 81.4 % มั่นใจที่จะซื้อเนื้อหมูสมุนไพรมาบริโภคถ้ามีจำหน่าย3. การเตรียมสมุนไพรบดแห้ง : จากการทดลองเตรียมสมุนไพรบดแห้ง 5 ชนิด พบว่า การตากแดด 1-2 วัน และอบด้วยลมร้อนที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส นาน 24 ชั่วโมง จะได้สมุนไพรที่มีความชื้น 3.5-7.2 % โดยจากการคำนวณจากน้ำหนักสดพบว่าเมื่อเตรียมเป็นสมุนไพรแห้งแล้ว ขมิ้นชัน ไพล เปลือกผลมังคุด ฟ้าทะลายโจร และใบฝรั่ง จะได้น้ำหนักแห้ง 10.2, 12.4, 35.5, 26.5 และ 46.1 % ตามลำดับ และสามารถเก็บไว้ได้นานอย่างน้อย 1 เดือน ที่ยังคงสภาพทางชีวภาพและกายภาพ ยกเว้นไพลจะมีการเปลี่ยนสี4. việc phân tích hợp chất trongCác loại thảo mộc: loại thảo dược khô từ một phân tích của một mẫu 5 tìm thấy rằng nước mắt có chứa các chất 9,72% lacton ổi chứa tannin 13.33% măng cụt vỏ chứa tannin 4,25% nghệ chứa dầu dễ bay hơi curcuminoit 10,44% và 7,0% volatile dầu chứa chẩn đoán phần 2,5%.5. การตรวจแยกเชื้อแบคทีเรียในหมูที่เป็นโรคท้องร่วงและโรคระบบทางเดินหายใจ : จากการเก็บมูลของลูกหมูยังไม่หย่านมที่ท้องร่วง 42 ตัว พบว่ามีเชื้อ E. coli รวม 101 isolates แต่ไม่พบเชื้อ Salmonella sp. และ Shigella sp. แต่เมื่อเก็บมูลของหมูหลังหย่านมที่อายุ 2-3 เดือนที่ท้องร่วง 15 ตัวอย่าง สามารถตรวจพบเชื้อ Salmonella sp. 8 isolates แต่ไม่พบเชื้อ Shigella sp. และจากการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งในจมูกของหมูที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ 44 ตัวอย่าง พบเชื้อ -Streptococcus non group A 15.91 % และพบเชื้อ -Streptococcus group A 90.91 % แต่ไม่สามารถแยกเชื้อ Mycoplasma sp. เนื่องจากมีการปนเปื้อนของเชื้ออื่น6. การทดสอบฤทธิ์สมุนไพรเปรียบเทียบกับยาปฏิชีวนะในห้องปฏิบัติการ : จากการทดสอบการดื้อยาของเชื้อ E.coli 106 isolates ด้วยยาปฏิชีวนะ 8 ชนิด พบว่าเชื้อมีการดื้อยา tetracycline 98.2 % รองลงมาเป็น Sulfa-trimethoprim 83.0 % และดื้อยาน้อยที่สุดคือ norfloxacin 22.6 % และเมื่อทดสอบกับสารสกัดจากสมุนไพรทั้ง 5 ชนิด พบว่า ใบฝรั่งมีฤทธิ์ยับยั้ง เชื้อ E.coli สารสกัดจากเปลือกผลมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Salmonella sp. และสารสกัดจากไพลมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ E.coli และเชื้อ Salmonella sp.
đang được dịch, vui lòng đợi..
 
Các ngôn ngữ khác
Hỗ trợ công cụ dịch thuật: Albania, Amharic, Anh, Armenia, Azerbaijan, Ba Lan, Ba Tư, Bantu, Basque, Belarus, Bengal, Bosnia, Bulgaria, Bồ Đào Nha, Catalan, Cebuano, Chichewa, Corsi, Creole (Haiti), Croatia, Do Thái, Estonia, Filipino, Frisia, Gael Scotland, Galicia, George, Gujarat, Hausa, Hawaii, Hindi, Hmong, Hungary, Hy Lạp, Hà Lan, Hà Lan (Nam Phi), Hàn, Iceland, Igbo, Ireland, Java, Kannada, Kazakh, Khmer, Kinyarwanda, Klingon, Kurd, Kyrgyz, Latinh, Latvia, Litva, Luxembourg, Lào, Macedonia, Malagasy, Malayalam, Malta, Maori, Marathi, Myanmar, Mã Lai, Mông Cổ, Na Uy, Nepal, Nga, Nhật, Odia (Oriya), Pashto, Pháp, Phát hiện ngôn ngữ, Phần Lan, Punjab, Quốc tế ngữ, Rumani, Samoa, Serbia, Sesotho, Shona, Sindhi, Sinhala, Slovak, Slovenia, Somali, Sunda, Swahili, Séc, Tajik, Tamil, Tatar, Telugu, Thái, Thổ Nhĩ Kỳ, Thụy Điển, Tiếng Indonesia, Tiếng Ý, Trung, Trung (Phồn thể), Turkmen, Tây Ban Nha, Ukraina, Urdu, Uyghur, Uzbek, Việt, Xứ Wales, Yiddish, Yoruba, Zulu, Đan Mạch, Đức, Ả Rập, dịch ngôn ngữ.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: